ประสบการณ์การไปเที่ยวกับเพื่อนของคนคิดมาก
ผมไม่ค่อยมีเพื่อนให้ไปเที่ยวเล่นด้วยกันครับ ย้อนกลับไปในช่วงมัธยม ก็อาจมีบ้างที่พวกเขาชวนผมไป แต่ผมก็ไม่ได้อยู่ในกลุ่มของพวกเขาอยู่ดี ตอนที่ผมได้เจอกับกลุ่มของผมเองและต้องออกไปเที่ยวกับพวกเขา มันทำให้ผมกังวลไม่น้อยเลยครับว่า ผมจะทำออกมาได้ดีหรือเปล่า? มันคือความคิดที่เข้ามาในหัวครับ
ในบทความนี้คือ เรื่องราวประสบการณ์ที่น่าประทับใจ จากการที่ได้ไปเที่ยวกับเพื่อนของผมครับ ผมเจอพวกเขาแล้วเป็นยังไง? ผมเรียนรู้อะไรจากการได้เจอพวกเขาบ้าง? มันจะอยู่ในบทความนี้ทั้งหมดครับ
เจอเพื่อนออนไลน์ที่อยู่ในโลกออฟไลน์
ผมมีกลุ่มเพื่อนออนไลน์กลุ่มหนึ่งที่สนิทมาก ๆ ครับ พวกเราทำงานและผ่านเรื่องราวอะไรเยอะแยะ จนทำให้พวกเราตัดสินใจว่าจะมาเจอหน้ากันสักครั้ง ผมคิดมากเหมือนกันว่า พวกเขาในโลกความจริงจะยังเป็นเหมือนกับในโลกออนไลน์หรือเปล่า? ความคิดมากนี้เป็นเหมือนตัวฉุดรั้ง ให้ผมพยายามปฏิเสธที่จะมาเจอหน้า แต่ผมก็ดันทุลังมาหาพวกเขาจนได้
พวกเราได้นัดเจอกันในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ผมตื่นเต้นเป็นอย่างมากว่า พวกเขาจะมีหน้าตาเป็นยังไงหรือจะแสดงพฤติกรรมยังไงออกมาเมื่อเจอผม? จนในที่สุดผมก็ได้เจอพวกเขา พวกเขายังมีนิสัยเหมือนเดิม ให้เกียรติผมเหมือนเดิม ผมคิดว่าตอนนั้นผมแต่งตัวได้ไม่ดีเท่าไหร่ แต่ถึงแบบนั้นพวกเขาก็ไม่ดูถูกดูแคลนผมเลย พวกเราเดินเล่นไปทั่วห้างและจบวันด้วยการไปนั่งกินหมูกระทะ พวกเรามีความชอบในการกินแตกต่างกันออกไป ผมชอบกินจิ้มจุ่มมากกว่าของทอดมัน ๆ พวกเราเลยตกลงกันว่าให้สั่งจิ้มจุ่มเพิ่มด้วย และนั่นก็จะเป็นครั้งแรกที่ผมรู้ว่า การใส่น้ำแข็งลงไปในหม้อจิ้มจุ่มร้อน ๆ จะทำให้ฟองไม่ทะลักออกมา
ผมโทรบอกพี่สาวของผมว่า ผมจะนอนค้างบ้านเพื่อน เอาเข้าจริง ผมก็คิดหนักเหมือนกันว่าผมควรจะนอนค้างบ้านเพื่อนดีไหม เพราะผมไม่เคยนอนข้างบ้านเพื่อนมาก่อนเลย และเสียงในใจบอกผมว่า ผมควรลองทำสักครั้ง ผมเลยตัดสินใจโทรบอกพี่สาว และพี่สาวก็ยินดีให้ผมไปเจอประสบการณ์ใหม่ ๆ แม้ว่าจะยังเป็นห่วงผมอยู่ห่าง ๆ ก็ตาม การนอนค้างบ้านเพื่อนในตอนนั้น ทำให้ผมได้เจอกับประสบการณ์ที่น่าจดจำ ไม่ว่าจะเป็นห้องที่กดรีโมตแอร์ไม่ติด ถ้าไม่ใช่เจ้าของห้อง, แอร์ที่เย็นจับใจ โดยไร้ผ้าห่ม การนั่งบนโซฟาที่ทำให้ผมรู้สึกว่าผมเป็น Podcaster รวม ๆ แล้วมันเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจ
ในวันถัดมา พวกเราก็ได้ไปเที่ยวที่ เมดคาเฟ่ เพื่อเจอเพื่อนอีกสองคน ตอนแรกผมคิดว่าผมจะไม่เอนจอยในการไปเที่ยวร้านนั้น แต่ผมเป็นคนที่ตื่นเต้นกับร้านนั้นมากกว่าใคร ผมกล้าพูด เมี๊ยว และ โมเอะ โมเอะ บีม โดยไม่เขินเลยแม้แต่น้อย ผมได้มารู้ทีหลังว่า การไปร้านเมดคาเฟ่ที่มีผมตื่นเต้นกับเหตุการณ์ต่าง ๆ มันทำให้บรรยากาศไม่อึมครึมเกินไป ผมคิดว่าผมจะทำให้บรรยากาศเสีย แต่ในตอนนั้นผมเอนจอยเกินกว่าจะนึกถึงเรื่องนั้น หลังจากจบการเดินทาง ผมยังคงจำความรู้สึกเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี
ผ่านมา 3 ปี ผมก็ได้มีโอกาสมาเจอเพื่อนออนไลน์อีกครั้ง แม้ว่าจะไม่ใช่กลุ่มเดิม ผมได้เรียนรู้การใช้ชีวิต ด้วยการค้างคืนบ้านเพื่อนประมาณ 4 วัน มันทำให้ผมรู้ข้อบกพร่องของการดำเนินชีวิต และทำให้ผมรู้ว่าตัวเองต้องโตขึ้นมากกว่านี้ การไปเดินในย่านอโคจร มันทำให้ผมรู้ว่าโลกอโคจรเป็นพื้นที่ของคนทำงานที่ต้องการระบาย พวกเขาเต้น, ดื่ม, ปลดปล่อยอารมณ์ออกมาผ่านเสียงเบสและแสงนีออน กลิ่นของใบไม้ห้าแฉกที่ผมได้กลิ่นครั้งแรก มันทำให้บรรยากาศทั้งหมดเต็มไปด้วยอารมณ์ของการปลดปล่อย พวกผมได้นั่งพูดคุยแบบปรัชญาในร้านแมคโดนัล ไปร้านเหล้าที่เต็มไปด้วยชาวต่างชาติ สั่งเบียร์ทาวเวอร์ ที่ผมจิบเบียร์ไปสี่ครั้งถ้วน หลายอย่างในที่แห่งนั้นเต็มไปด้วยอารมณ์
แม้การมาเที่ยวกับเพื่อนออนไลน์ครั้งล่าสุด ผมทำให้บรรยากาศไม่เอนจอยเท่าตอนแรก แต่เพราะแบบนั้นมันทำให้ผมโตขึ้นในหลายแง่ ทำให้ผมต้องเลือกทางเดินของผม ต้องโตในแบบของผม ต้องเจ็บปวดในแบบของผม ผมไม่จำเป็นต้องอยู่คนเดียวในการเดินทางนี้ ผมไม่จำเป็นต้องคิดมากคนเดียวและเก็บมันไว้เหมือนตอนผมยังเรียนมัธยม ผมยังคงเป็นผม; คนคิดมาก ที่ในตอนนี้ผมมีกลุ่มเพื่อนแล้ว
ความสัมพันธ์ออนไลน์และสถานที่เงียบ ๆ ยังเป็นสิ่งที่ผมชอบอยู่เสมอ แต่การได้เจอกันแบบออฟไลน์และสถานที่อโคจร มันให้คุณค่าอะไรบางอย่างกับผม มันทำให้ผมรู้ว่าผมยังมีเรื่องอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะ และเราจะไม่ชอบอะไร เราก็ต้องลองหรือรู้จักหรือได้เห็นสิ่งนั้นก่อน มันคือการเติบโตที่ไม่สิ้นสุดของคนคิดมาก ผมคงจะคิดมากต่อไป แต่ผมจะไม่ลืมความรู้สึกเหล่านั้นที่ผมได้พบเจอเลย

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น